อายัดบัญชี

คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 142/2566 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2566 เพื่อให้การปฏิบัติงานสอดคล้องกับ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ โดยให้ยกเลิกคำสั่งเดิมที่เกี่ยวข้อง หัวใจสำคัญของคำสั่งนี้คือการปฏิรูปกระบวนการรับแจ้งความคดีออนไลน์ โดยกำหนดหลักการว่า สถานีตำรวจทุกแห่งห้ามปฏิเสธการรับแจ้งความ ไม่ว่าเหตุจะเกิดที่ใดก็ตาม พนักงานสอบสวนต้องรับเรื่องและสอบถามทันทีว่าผู้เสียหายได้แจ้งระงับธุรกรรมกับธนาคารแล้วหรือไม่ หากผู้เสียหายมาพบตำรวจภายใน 72 ชั่วโมงหลังแจ้งธนาคาร ตำรวจต้องรับคำร้องทุกข์และรีบแจ้งสถาบันการเงินเพื่อพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีภายใน 7 วัน คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทั้งหมดจะต้องถูกบันทึกลงใน “ระบบรับแจ้งความออนไลน์” เพื่อออก “เลขคำแจ้งความออนไลน์ (Case ID)” ซึ่งถือเป็นช่องทางหลักในการเริ่มต้นคดี ทำให้กระบวนการเป็นเอกภาพและติดตามได้ง่าย

  • คำสั่งยังได้แบ่งความรับผิดชอบในการสอบสวนไว้อย่างชัดเจน ได้แก่
  • สถานีตำรวจ รับผิดชอบคดีที่ไม่ซับซ้อน เช่น การหลอกลวงซื้อขายสินค้ารายย่อย, หลอกให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam)
  • ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) รับผิดชอบคดีที่ซับซ้อน เป็นขบวนการ หรือใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การแฮกข้อมูล, การเรียกค่าไถ่ (Ransomware), และการหลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์
  • ตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) รับผิดชอบคดีที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

ฝ่ายสืบสวนที่ได้รับมอบหมายต้องส่งรายงานการสืบสวนเบื้องต้นภายใน 30 วัน โดยมีรอง ผบช.ตำรวจแห่งชาติที่รับผิดชอบศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) เป็นผู้มีอำนาจกำกับดูแลและสั่งการในภาพรวม เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ใส่ความเห็น