คำพิพากษาฎีกาที่ 224/2567 นี้เป็นคดีอาญาเกี่ยวกับการละเมิดหน้าที่ของข้าราชการตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา โดยมีนายทหารชั้นผู้น้อยเป็นโจทก์ฟ้องร้องจำเลยทั้ง 17 คนซึ่งเป็นคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง
สาเหตุของคดีเกิดจากจำเลยทั้ง 17 คนในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยได้ร่วมกันออกมติปรับอัตราค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยโดยหักเงิน 0.2 เท่าออกจากค่าจ้างที่พนักงานควรได้รับตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งกำหนดให้จ่ายค่าจ้างในอัตรา 1.7 เท่าของเงินเดือนข้าราชการแรกบรรจุ การหักเงินดังกล่าวทำให้โจทก์ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยเสียหายเป็นเงิน 316,381 บาท
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าการตัดสินใจของศาลล่างเป็นการด่วนวินิจฉัย เนื่องจากแม้การปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยจะเป็นการใช้ดุลพินิจในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยตามอำนาจหน้าที่ แต่การใช้ดุลพินิจต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย หากการออกระเบียบข้อบังคับเกิดจากการร่วมกันกระทำโดยรู้อยู่แล้วว่าขัดต่อกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรี และมีเจตนาทุจริต ย่อมเป็นความผิดตามมาตรา 157
ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับให้รับฟ้องโจทก์และสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องเพื่อพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับเจตนาของจำเลยในการออกระเบียบที่ขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี ว่าเป็นการกระทำโดยมีเจตนาทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้หรือไม่ โดยให้ดำเนินคดีต่อไปตามกระบวนการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ