RWA

การบังคับคดีกับทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้นมีหัวใจสำคัญอยู่ที่อำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีในการใช้ 2 มาตรการหลัก คือ “การยึด” และ “การอายัด”
การยึดทรัพย์ (Seizure) สำหรับ ทรัพย์สินที่มีรูปร่าง (Corporeal Property) ซึ่งลูกหนี้มีกรรมสิทธิ์และครอบครองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ รวมถึง ที่ดิน คอนโดมิเนียม ของสะสม งานศิลปะ และสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำแท่งที่อยู่ในความครอบครองของลูกหนี้ กระบวนการจะเริ่มจากการที่เจ้าหนี้สืบทรัพย์และยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เข้าทำการยึด ณ ที่ตั้งของทรัพย์สินนั้นๆ พร้อมทั้งแจ้งการยึดไปยังหน่วยงานทะเบียนที่เกี่ยวข้อง (เช่น กรมที่ดิน) เพื่อป้องกันการโอนย้าย จากนั้นจะมีการประเมินราคาโดยผู้เชี่ยวชาญ และนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ ⚖️
การอายัดสิทธิเรียกร้อง (Garnishment) จะใช้กับ ทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่าง (Incorporeal Property) หรือสิทธิที่ลูกหนี้มีต่อบุคคลภายนอก ครอบคลุมถึง สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ค่าลิขสิทธิ์เพลงที่บริษัทจัดเก็บต้องจ่ายให้ลูกหนี้ หรือ สิทธิในสินค้าโภคภัณฑ์ ที่ลูกหนี้ไม่ได้ถือครองเอง เช่น ทองคำในโปรแกรมออมทอง หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า วิธีการคือเจ้าพนักงานบังคับคดีจะออกคำสั่งไปยังบุคคลภายนอก ห้ามไม่ให้ชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินแก่ลูกหนี้ แต่ให้ส่งมอบแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีแทน ซึ่งวิธีนี้มีประสิทธิภาพกว่าการพยายามนำ “สิทธิ” ออกขายทอดตลาดโดยตรง
แม้กระบวนการทางกฎหมายจะชัดเจน แต่ความสำเร็จในการบังคับคดียังเผชิญความท้าทายในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะ การสืบทรัพย์ ที่ปกปิดได้ง่าย, การประเมินมูลค่า ทรัพย์สินเฉพาะทาง และความเสี่ยงที่ลูกหนี้จะยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปก่อน #บังคับคดี #ยึดทรัพย์ #อายัด #กฎหมายแพ่ง #หนี้สิน #กฎหมายน่ารู้ #กรมบังคับคดี #ทนายโตน #0945241915

ใส่ความเห็น