
การฟ้องคดีทำได้เมื่อมีสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายถูกโต้แย้ง ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการลงโทษคนที่ไม่ดีกับเราเป็นคดีตัวอย่าง หลักในคดีแพ่งต้องมีฐานสิทธิ และต้องเข้าเงื่อนไขผู้มีอำนาจฟ้อง ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายจริง
หากเป็นคดีอาญา ต้องมีพฤติการณ์ครบองค์ประกอบความผิดและพยานหลักฐานพอสมควร มิฉะนั้นผู้ฟ้องหรือผู้กล่าวหาอาจเสี่ยงกลับเป็นฝ่ายถูกดำเนินคดี เช่น แจ้งความเท็จหรือฟ้องเท็จ โดยเฉพาะกรณีใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อประจาน แก้แค้น หรือกดดันอีกฝ่าย ไม่ใช่เพื่อคุ้มครองสิทธิที่ถูกละเมิดจริง
ควรเปลี่ยนเป้าหมายจากเอาให้เป็นเยี่ยงอย่างเป็นพิสูจน์ความเสียหาย ขอให้ศาลเยียวยา และป้องกันการละเมิดซ้ำ เช่น เรียกค่าสินไหม ขอให้หยุดกระทำ ขอให้ลบข้อความ ขอให้ขอโทษ หรือร้องทุกข์เมื่อมีความผิดอาญาจริง เพราะทนายความมีกรอบมรรยาทในการไม่สนับสนุนคดีที่ไม่มีมูลหรือมีลักษณะใช้ศาลโดยไม่สุจริตตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ดังนั้นการฟ้องจึงควรทำโดยต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และฐานกฎหมาย ไม่ใช่จากความต้องการแก้แค้น #Dr.Tanaitone