ภาวะประชากรถดถอยในประเทศไทย

ประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะประชากรถดถอยในระดับโครงสร้าง ซึ่งไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงเชิงสถิติ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงฐานของรัฐชาติ โดยข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าอัตราเจริญพันธุ์รวมอาจลดลงเหลือเพียง 0.78 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคนในปี 2026 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรอย่างมีนัยสำคัญ และต่ำกว่าเกาหลีใต้ที่ประมาณ 0.8 ขณะเดียวกัน แม้ตัวเลขทางวิชาการบางแหล่งจะประเมินใกล้เคียงที่ประมาณ 0.86 แต่ยังคงจัดอยู่ในกลุ่ม ultra-low fertility ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 2.1 อย่างมาก
ลักษณะสำคัญของวิกฤตนี้อยู่ที่การกลับทิศของโครงสร้างประชากร กล่าวคือ ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา จำนวนผู้เสียชีวิตได้สูงกว่าจำนวนการเกิดอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเพิ่มตามธรรมชาติของประชากรติดลบ โดยในปี 2025 มีเด็กเกิดเพียงประมาณ 416,000 คน ขณะที่ผู้เสียชีวิตมากกว่า 559,000 คน ส่งผลให้ประชากรรวมลดลงต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง เพราะหมายถึงการหดตัวของกำลังแรงงาน และการเพิ่มขึ้นของภาระผู้สูงอายุในเวลาเดียวกัน
ในเชิงนโยบายและผลกระทบทางกฎหมายมหาชน ปรากฏการณ์นี้สัมพันธ์โดยตรงกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การคลัง และระบบสวัสดิการของรัฐ เนื่องจากฐานภาษีจะหดตัว ขณะที่ภาระงบประมาณด้านสาธารณสุขและบำนาญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐในระยะยาว ทั้งในมิติแรงงาน ความสามารถในการแข่งขัน และโครงสร้างครอบครัว ดังนั้น วิกฤตประชากรถดถอยจึงมิใช่เพียงปัญหาสังคม แต่เป็นความเสี่ยงเชิงระบบของรัฐไทย #ดร.ทนายโตน

ใส่ความเห็น